UREKA เตรียมขยายฐานอินเดียเพิ่ม เล็งรับทรัพย์มากกว่า 50 ล้านบาท

"นรากร ราชพลสิทธิ์" บอสใหญ่ UREKA เตรียมขยายฐานอินเดียเพิ่ม เล็งรับทรัพย์มากกว่า 50 ล้านบาทกางแผนงานครึ่งปีหลัง เร่งเครื่องส่งมอบงานให้ลูกค้าเต็มสปีด อวดงานในมือเพียบ 200 ล้านบาท เตรียมร่อนเอกสารเสนอราคาเพิ่ม 200-300 ล้านบาท เน้นรับงานต่างแดน ชี้มาร์จิ้นสูง ปั๊มกำไรพองโต ดันงบเทิร์นอะราวด์

นายนรากร ราชพลสิทธิ์ ประธานกรรมการ บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ UREKA ผู้ประกอบธุรกิจออกแบบและผลิตเครื่องจักรสำหรับใช้ในโรงงานในอุตสาหกรรมประกอบและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เปิดเผยว่า บริษัทมีแผนจะขยายสาขาที่ประเทศอินเดียเพิ่มเติม เนื่องจากลูกค้าขยายธุรกิจออกไปเมืองอื่น ทำให้บริษัทจะต้องขยายสาขาเพื่อรองรับการให้บริการหลังการขาย โดยคาดว่าจะขยายสาขาในช่วงไตรมาส 1/2562 เบื้องต้นคาดจะใช้งบลงทุนไม่มาก ประมาณไม่เกินหลักสิบล้านบาท ทั้งนี้บริษัทคาดจะมีรายได้จากการให้บริการจากประเทศอินเดียในปี 2562 มากกว่า 50 ล้านบาท หลังจากบริษัทมีการขยายสาขาเพิ่ม

กอดงานแน่น 200 ล้าน

ขณะที่แผนการดำเนินงานครึ่งปีหลังปี 2561 บริษัทจะเร่งออกแบบและผลิตสินค้าให้กับลูกค้าครบตามเป้าหมาย เนื่องจากปัจจุบันบริษัทมีงานในมือ(Backlog) เป็นจำนวนมากถึง 200 ล้านบาท ทั้งงานผลิตเครื่องจักรสำหรับประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ และไม่ใช่ยานยนต์ ซึ่งเป็นทั้งงานในประเทศและต่างประเทศ 50:50

ขณะเดียวกันบริษัทอยู่ระหว่างรอผลประมูลงานก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติให้กับลูกค้าหลายโครงการ มูลค่ารวมหลายร้อยล้านบาท คาดจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 3/2561 รวมถึงงานออกแบบและผลิตเครื่องจักรประกอบ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ และส่งออกต่างประเทศมูลค่าไม่เกิน 50 ล้านบาท คาดจะได้ข้อสรุปภายในไตรมาส 3/2561 เช่นเดียวกัน

อีกทั้งบริษัทเตรียมเข้าประมูลงานช่วงครึ่งปีหลังนี้เพิ่มเติม ซึ่งเป็นงานก่อสร้างคลังสินค้าอัตโนมัติ และงานออกแบบ ผลิตเครื่องจักรที่ใช้ประกอบชิ้นส่วนยานยนต์ มูลค่ารวมราว 200-300 ล้านบาท คาดจะยื่นเสนอราคาได้ในไตรมาส 3/2561 และน่าจะทยอยรู้ผลในช่วงไตรมาส 4/2561 ไปจนถึงต้นไตรมาส 1/2562

ฉายภาพผลงานปีนี้

สำหรับทิศทางภาพรวมผลประกอบการในปีนี้ บริษัทคาดจะดีขึ้นจากปีก่อน เนื่องจากบริษัทปรับพอร์ตการรับงานในส่วนของการออกแบบ ผลิตเครื่องจักรที่ไม่ใช่ยานยนต์มากขึ้น โดยบริษัทได้ขยายฐานลูกค้ามาแล้ว 2-3 ปี และเริ่มเห็นผลชัดเจนในส่วนของคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) เข้ามาในปีนี้ ประกอบกับบริษัทเน้นการรับงานต่างประเทศมากขึ้น เพราะมาร์จิ้นงานต่างประเทศสูงกว่างานในประเทศ ทำให้ภาพรวมมาร์จิ้น หรืออัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปีนี้น่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย หรือเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 30% และดีกว่าปีที่ผ่านมา

ส่วนภาพรวมรายได้ในปีนี้ บริษัทตั้งเป้ารายได้เพิ่มขึ้นเป็น 400 ล้านบาทจากปีก่อนที่ 251.26 ล้านบาท โดยรายได้ดังกล่าวจะมาจากการจำหน่ายเครื่องจักรประกอบและผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศ 100 ล้านบาท การจำหน่ายสินค้าในประเทศอินเดีย 50 ล้านบาท การส่งออกโดยตรง 50 ล้านบาท เครื่องจักรที่ไม่ใช่เครื่องจักรที่ประกอบ ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ 150 ล้านบาท และสินค้าอื่นๆ 50 ล้านบาท อนึ่ง 3 เดือนแรกของปีนี้ บริษัทมีรายได้แล้ว 94.36 ล้านบาท