UREKAอัพลูกค้าปั๊มมาร์จิ้นลุ้นงานส่งท้ายตุนแบ็กล็อก

ทันหุ้น - UREKA เคาะรายได้ปี 2561 โตไม่ต่ำกว่า 40% หลังงบ 9 เดือนแรกปี 2561 พลิกเทิร์นอะราวด์ รุกอัพฐานลูกค้าใน-นอกประเทศปั๊มมาร์จิ้นสูง เผยปัจจุบันอยู่ระหว่างประมูลงานใหม่ มูลค่ารวมกว่า 500 ล้านบาท คาดรู้ผลไตรมาสส่งท้ายปี 2561 ส่วนหนึ่ง ที่เหลือจะรู้ผลในปี 2562 ตุน Backlog ในมือ 200 ล้านบาท
นายนรากร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ UREKA เปิดเผยว่า หลังจากที่ผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกปี2561 บริษัทกลับมาเทิร์นอะราวด์ โดยมีรายได้รวม อยู่ที่ 286.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 78.30% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 160.81 ล้านบาท และพลิกมีกำไรอยู่ที่ 14.65 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 129.04% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 50.45 ล้านบาท เนื่องจากบริษัท มีการขยายชนิดสินค้าและฐานลูกค้าเพิ่มต่อเนื่องมาจากปี 2560 อีกทั้งบริษัทยังมุ่งเน้นรับงานที่มีมาร์จิ้นสูงขึ้น จึงทำให้มีการฟื้นตัวได้แรง
Q4 โตต่อเนื่อง
ส่วนทิศทางธุรกิจในไตรมาส 4/2561 คาดว่าจะเติบโตต่อเนื่องทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ โดยบริษัทมีงานในมือ (Backlog) ราว 200 ล้านบาทที่เป็นงานประเภทเครื่องจักรและระบบการผลิตอัตโนมัติ จะทยอยรับรู้รายได้อย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2562 ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างยื่นประมูลงานใหม่มูลค่า 500 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น กลุ่มงานระบบคลังสินค้าอัตโนมัติมูลค่าราว 250 ล้านบาท คาดว่าจะทราบผลภายในไตรมาส 4/2561 บางส่วนและจะทยอยรับรู้งานมากขึ้นในปี 2562
นอกจากนี้กลุ่มงานระบบคลังสินค้าอัตโนมัติจะเป็นธุรกิจที่บริษัทให้ความสำคัญเนื่องจากเป็นเทรนด์ที่มีการตื่นตัว และมองว่าอนาคตจะมีความต้องการระบบคลังสินค้าประเภทดังกล่าว รวมถึงการใช้หุ่นยนต์ในการทำธุรกิจคลังสินค้ามากยิ่งขึ้น
รายได้เข้าเป้า
สำหรับรายได้รวมปี 2561 บริษัทมั่นใจว่าจะเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปีก่อนที่มีรายได้ 251.26 ล้านบาท จากการขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง และเจาะกลุ่มงานระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ และขยายฐานลูกค้าทั้งในอุตสาหกรรมยานยนต์ และนอกอุตสาหกรรมยานยนต์
ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนรายได้จากลูกค้าในกลุ่มต่างๆ ดังนี้ 1. กลุ่มเครื่องจักรและระบบการผลิตอัตโนมัติรวม 90% แยกเป็นในอุตสาหกรรมยานยนต์ 65% และนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ 25% และ 2. กลุ่มงานระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ 10% นอกจากนี้บริษัทจะผลักดันสัดส่วนลูกค้าในปีถัดไปในอุตสาหกรรมยานยนต์ให้อยูที่ 60% และนอกอุตสาหกรรมยานยนต์ 40%