UREKAปรับเพิ่มเป้ารายได้ ผลงานQ2พลิกกำไร151%

ทันหุ้น ฉบับวันที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2561
ทันหุ้น - "วิเชษฐ์ เมืองจันทร์" บิ๊ก UREKA ปรับเพิ่มเป้ารายได้ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 40% จากปีก่อน หลังผลงานไตรมาส 2/2561 พลิกเป็นกำไร 10.9 ล้านบาท หรือเติบโต 151% จากช่วงปีก่อนขาดทุน 23.13 ล้านบาท และกวาดรายได้ 94.71 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 128% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แย้มอยู่ระหว่างประมูลงานใหม่ มูลค่ารวมกว่า 700 ล้านบาท คาดรู้ผลในไตรมาส 3-4 นี้
นายวิเชษฐ์ เมืองจันทร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) หรือ UREKA เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ในปีนี้เป็นเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากเดิมที่คาดเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อนที่มีรายได้ 247 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการในช่วงครึ่งปีแรกทำได้ดี

เดินหน้าชิงงานใหม่

นอกจากนี้บริษัทยังเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่อย่างต่อเนื่อง โดยมีงานอยู่ระหว่างยื่นประมูล มูลค่ารวมอีก 700 ล้านบาท แบ่งเป็นงานกลุ่มลูกค้า Automotive ประมาณ 150 ล้านบาท งานกลุ่มลูกค้า Non-Automotive อีกประมาณ 550 ล้านบาท และคาดว่าจะทราบผลภายในไตรมาส 3-4/2561 รวมมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือยังคาดการณ์ได้ไม่ชัดเจนขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของลูกค้าว่าจะลงทุนทันในสิ้นปีนี้หรือไม่ แต่คงจะรู้ผลไม่เกินไตรมาส 1/2562 อย่างแน่นอน

ทั้งนี้บริษัทได้ปรับเพิ่มเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เพิ่มขึ้นเป็น 30-35% จากเดิมที่วางไว้ 25% เนื่องจากบริษัทสามารถบริหารจัดการบริหารต้นทุนทางตรงได้ดีขึ้นประกอบกับมียอดที่ขายตรงให้ลูกค้าต่างประเทศเพิ่มขึ้นและสามารถแข่งขันในสัดส่วนที่มีมาร์จิ้นสูงทำให้ในงวด ครึ่งปีแรกบริษัทสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงถึง 36%

ทิศทางธุรกิจไปได้สวย

"ภาพรวมอุตสาหกรรมอัตโนมัติเริ่มมองเห็นทิศทางอัตราการขยายตัวดีขึ้น หลังจากมีการประชาสัมพันธ์เรื่องนโยบาย Thailand 4.0 และแนวโน้มด้านแรงงานเริ่มหายากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้ผู้ประกอบการเริ่มมาสนใจการปรับเปลี่ยนกระบวนการเป็นระบบอัตโนมัติเพื่อลดการพึ่งพาแรงงาน นอกจากนี้ยังมีมาตรการภาษีหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติของ BOI ที่ยกเว้นภาษีเงินได้ 100% ซึ่งเป็นตัวกระตุ้นให้ผู้ประกอบการหันมาลงทุนด้านระบบอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น โดยปัจจัย ดังกล่าวสนับสนุนผลประกอบการ ของบริษัทให้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง" นายวิเชษฐ์กล่าว

สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2/2561 มีรายได้รวม อยู่ที่ 94.71 ล้าน บาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 128% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 41.56 ล้านบาท และพลิกมีกำไรอยู่ที่ 10.9 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 151% เมื่อเทียบกับช่วงเดียว กันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 23.13 ล้านบาท โดยสาเหตุที่ผลประกอบการกลับมาเทิร์นอะราวด์ได้ มีสาเหตุหลักจากบริษัทมีการขยายชนิดสินค้าและฐานลูกค้าเพิ่มต่อเนื่องมาจากปี 2559