'หุ่นยนต์-ระบบอัตโนมัติ' หนุนอุตสาหกรรมโต

รัฐบาลเร่งให้ประเทศไทยเป็นไทยแลนด์ 4.0 เพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวหน้า การนำหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติมาใช้ในกลุ่มอุตสาหกรรมถือเป็นสิ่งสำคัญ
นายนรากร ราชพลสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูเรกา ดีไซน์
จำกัด (มหาชน) และรองประธานกลุ่มผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทย (Thai
Automation and Robotics Association หรือ TARA) กล่าวว่า การใช้งานหุ่นยนต์และระบบ
อัตโนมัติในประเทศ ไทยมีแนวโน้มขยายตัวได้แบบก้าวกระโดด องค์กรทุกระดับให้ความสนใจ
ทั้งนี้ ปัญหาอยู่ที่จะเริ่มต้นอย่างไร จึงต้องได้รับการส่งเสริมที่เป็นรูปธรรมจากภาครัฐ พร้อม ๆ
กับการให้ความรู้กับตลาด
สำหรับกลุ่มที่มีความตื่นตัวและเริ่มนำมาใช้จะเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เนื่องจากมีความพร้อม
และมั่นใจว่าจะมีส่วนสำคัญช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขัน ทำให้กำไรมากขึ้น และเห็นถึงสิทธิ
ประโยชน์ที่รัฐให้ และเห็นถึงจุดคุ้มทุนใน 3 ปี
ส่วนองค์กรขนาดกลาง ก็มีความตื่นตัวเช่นกัน เริ่มมองหาผู้ให้บริการมาจัดทำระบบให้ แต่จะ
ระมัด ระวังเรื่องเงินลงทุน เพราะเบื้องต้นในกลุ่มเอสเอ็มอี หากต้องการใช้หุ่นยนต์เพื่อทดแทนแรงงาน 1 คน ในงานพื้นฐานไม่ซับซ้อนใช้งบราว 6-7 แสนบาทหาก เป็นองค์กรขนาดใหญ่จะแพงกว่า 2 เท่า
โดยงานที่เป็นที่นิยมนำมาใช้แพร่หลายจะเป็นงานเกี่ยวกับระบบสมาร์ทแวร์เฮาส์ หรือ สำหรับ
ยกของที่มีน้ำหนักมาก และงานเสี่ยงอันตราย
นายนรากร กล่าวว่า สภาพตลาดมีปัจจัยบวกจากมาตรการของคณะกรรมการส่งเสริมการลง
ทุน (บีโอไอ) ที่จะสนับสนุนการลงทุนเพื่อปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิ ภาพด้วยการใช้ระบบ
อัตโนมัติมาแทนของเดิม
โดยให้สิทธิประโยชน์ด้านภาษีซึ่งหากเป็นการลงทุนที่มีสัดส่วนการทำงานในประเทศไทยเกิน
30% ของมูลค่าโครงการจะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ 100% ของมูลค่าโครงการ มีผลบังคับใช้ตั้งแต่
เดือน ก.ย. 2560 ถึงสิ้นปี 2563 ถือเป็นการกระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติ
อย่างไรก็ตาม กลไกที่จะพัฒนาอุตสาห กรรมหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติจะมาจากการกระตุ้น
อุปสงค์ให้เกิดความต้องการใช้งาน และสนับสนุนอุปทานทำให้ผู้ผลิตในประเทศมีต้นทุนการผลิตที่
ต่ำลง แข่งขันได้ อีกทั้งยังต้องพัฒนาบุคลากรและยกระดับเทคโนโลยี
ทั้งนี้ ปัญหาในกลุ่มนี้ คือการได้งานจากการประกวดราคาที่ไม่โปร่งใส ทำให้ตลาดไม่พัฒนา
การต่อรองกับลูกค้าทำได้ยาก ลูกค้าไม่จ่ายเงินค่าดูแบบและบางครั้งต้องทำงานไปฟรี ๆ พร้อมถูก
ขโมยไอเดีย ดังนั้น จึงได้รวมกลุ่มระหว่างผู้ประกอบการไทย จัดตั้งสมาคมผู้ประกอบการระบบ
อัตโนมัติและหุ่นยนต์ไทยขึ้น
โดยทำหน้าที่ให้ข้อมูลความเคลื่อน ไหว ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐ อาทิ บีโอไอ จัด
งานสัมมนา อีเวนต์ช่วยส่งเสริมการตลาด เสริมความรู้สมาชิก จัดทำฐานข้อมูล และช่วยหาจุดแข็งที่
แต่ละรายมีอยู่เพื่อนำออกมาเสนอสู่ภายนอก ทั้งนี้ได้เปิดช่องทางติดต่อ 2 ทางคือ เว็บไซต์
thaitara.org และไลน์แอท tara_2017
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา เริ่มเข้าไปประสานงาน กับบีโอไอ สถาบันการศึกษา เข้าร่วมงาน อีเวนต์เทรด
โชว์ต่างๆ รวมไปถึงเข้าไปพูดคุยกับองค์กรเอกชนที่ต้องการลงทุน เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าการลงทุน และการนำปรับใช้ให้เหมาะกับโจทย์ธุรกิจ
ปัจจุบัน มีสมาชิกผู้ประกอบการไทยด้านหุ่นยนต์ ระบบอัตโนมัติ ซอฟต์แวร์ และบริการที่เกี่ยว
ข้องเป็นสมาชิกอยู่ประมาณ 85 ราย เชื่อว่าการรวมตัวกันลักษณะนี้ จะทำให้การทำตลาดมีความ
คล่องตัวมากขึ้น จากเดิมที่ผลประกอบการเติบโตได้ปีละ 10% เมื่อรวมกันแล้วน่าจะทำได้ดีกว่าเดิม
"ปัจจุบันโอกาสทางการตลาดเปิดกว้าง ทั้งผลิตเพื่อใช้ภายในประเทศให้กับบริษัทไทยเอง
บริษัทข้ามชาติ และส่งออกได้ทั่วโลก ปัจจุบันผู้ประกอบการด้านนี้รวมมีอยู่กว่า 300 ราย บางราย
สามารถทำรายได้หลายพันล้านบาท คุณภาพไม่ได้ด้อยไปกว่าต่างชาติ และมีจุดแข็งด้านราคาที่ทำ
ได้ถูกกว่า 30-40%"
การนำมาซึ่งเทคโนโลยีดิจิทัลต่าง ๆ มาช่วยหนุนกลุ่มธุรกิจถือเป็นสิ่งจำเป็น ด้วยความแม่นยำ
หรือเพื่อลดต้นทุน สิ่งสำคัญสุดคือ เงินลงทุนสำหรับผู้ประกอบการเอสเอ็มอีที่รัฐต้องเข้าไปสนับสนุน.