ยุคทองระบบอัติโนมัติ ดัน UREKA เทิร์นอะราวด์ของจริง

สำนักข่าวหุ้นอินไซด์( 28 สิงหาคม 2561)--------วันนี้คำว่า Thaiand 4.0 เชื่อว่าใครๆหลายคนคงจะได้ยินคำนี้มาบ่อย และเริ่มคุ้นชินกับมันแล้ว และใครที่ยังไม่เข้าใจถึงคำนี้ เราจะมาอธิบายให้ฟังให้เข้าใจอย่างง่ายๆ กันเลย

“Thailand 4.0 เป็นการขับเคลื่อนเศรษฐกิจด้วยนวัตกรรม” นั่นเอง เปลี่ยนจากเดิมที่เราลงมือทำมาก แต่ได้ผลตอบแทนน้อย เปลี่ยนเป็นลงมือทำน้อยๆ แต่ได้ผลตอบแทนมหาศาล โดยการเอาความคิดสร้างสรรค์เป็นแรงผลักดัน และนำนวัตกรรมเข้ามาช่วย เปลี่ยนจากการผลิตสินค้าไปสู่การบริการมากขึ้น และหลายๆอุตสาหกรรมต่างปรับตัว เพื่อให้เข้ากับยุคสมัยที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ นวัตกรรมกำลังจะเป็นที่ต้องการของผู้ประกอบการ เพื่อลดต้นทุนการผลิต และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน อีกทั้งมาตรการของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ)ที่สนับสนุนการลงทุน เพื่อปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพด้วยการใช้ระบบอัตโนมัติมาแทนของเดิม โดยให้สิทธิ์ประโยชน์ด้านภาษี ซึ่งหากเป็นการลงทุนที่มีสัดส่วนการทำงานในประเทศไทยเกิน 30% ของมูลค่าโครงการ จะได้รับยกเว้นภาษี เงินได้ 100% ของมูลค่าโครงการ ซึ่งมีผลบังคับใช้ ตั้งแต่เดือนก.ย.2560 ถึงสิ้นปี 2563 นับเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดการลงทุนด้านระบบอัตโนมัติอย่างกว้างขวาง อันนำไปสู่ยุคทองของผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติในประเทศไทย

เมื่อถามว่าบริษัทจดทะเบียนใดจะได้อานิสงส์ไปแบบเต็มๆ ก็คงหนีไม่พ้น "บริษัท ยูเรกา ดีไซน์ จำกัด (มหาชน) UREKA" เพราะหลังจากที่ได้ปรับกลยุทธ์การดำเนินธุรกิจและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของหัวเรือใหญ่ "นรากร ราชพลสิทธิ์" ได้มองเห็นถึงความต้องการและโลกที่เปลี่ยนไป ทำให้รุกเข้ามาสู่ "ธุรกิจผลิตระบบอัติโนมัติและระบบคลังสินค้าอัตโนมัติ" และวันนี้พูดได้เต็มปากเลยว่า UREKA เปลี่ยนไปแล้ว การเทิร์นอะราวด์ในช่วง 6 เดือนที่ผ่านมา ยิ่งเป็นการตอกย้ำว่า เดินมาถูกทาง

โดยล่าสุดผลประกอบการในไตรมาส 2/2561 มีรายได้รวมอยู่ที่ 94.71 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 128% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 41.56 ล้านบาท และพลิกมีกำไร 10.9 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 151% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 23.13 ล้านบาท

สำหรับผลงานครึ่งปีแรกที่ออกมาดี ทำให้บริษัทฯได้ปรับเพิ่มเป้าหมายรายได้ในปีนี้เป็นเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากเดิมที่คาดเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปีก่อนที่มีรายได้ 247 พร้อมกับปรับปรับเพิ่มเป้าหมายอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) เป็น 30-35% จากเดิมที่วางไว้ 25% โดยในงวดครึ่งปีแรกบริษัทฯสามารถทำอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงถึง 36%

ยังไม่หยุดเพียงเท่านี้ เพื่อสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องและแข็งแกร่ง UREKA ยังเดินหน้าเข้าประมูลงานใหม่ มูลค่ารวมอีก 700 ล้านบาท แบ่งเป็นงานกลุ่มลูกค้า Automotive ประมาณ 150 ล้านบาท ,งานกลุ่มลูกค้า Non-Automotive อีกประมาณ 550 ล้านบาท คาดว่าจะทราบผลประมูลภายในไตรมาส 3-4/2561 รวมมูลค่าประมาณ 300 ล้านบาท ส่วนที่เหลือคาดจะรู้ผลไม่เกินไตรมาส 1/2562

วันนี้หากจะมองหุ้นเทิร์นอะราวด์สักตัว เชื่อว่า UREKA จะอยู่ในใจผู้ลงทุนได้อย่างแน่นอน!!!